ธรรม ๔ ประการนี้ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล…  ธรรม ๔ ประการ คือ

ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล สมาคมกับผู้รู้ (สัปปุริสสังเสวะ)ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล 
หมายถึง การเสวนา หรือการเข้าไปหาสัตบุรุษ ท่านที่เป็นบัณฑิต ผู้ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นกัลยาณมิตร ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม คือ ธรรมของสัปปุริสชน ได้แก่คนดี หรือคนที่แท้ ซึ่งมีคุณสมบัติของความเป็นคนที่สมบูรณ์ ๗ ประการ คือ (๑) รู้หลักและรู้จักเหตุ (๒) รู้ความมุ่งหมายและรู้จักผล (๓) รู้จักตน (๔) รู้จักประมาณ (๕) รู้จักกาล (๖) รู้จักชุมชน (๗) รู้จักบุคคล และการสมาคมกับสัตบุรุษที่เป็นกัลยาณมิตรยังเป็นบุพนิมิตให้เกิดอริยมรรคมีองค์ ๘ ดังพุทธพจน์ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์จะอุทัย ย่อมมีแสงอรุณขึ้นก่อน เป็นบุพนิมิต ฉันใด กัลยาณมิตตตา (ความเป็นผู้มีมิตรดี) ก็เป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิตเพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคมีองค์ ๘ ฉันนั้น”


ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล ฟังคำสั่งสอน (สัทธัมมัสสวนะ)ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล 
หมายความว่า ฟังธรรมที่เป็นของสัตบุรุษ ๓ ประการ คือ (๑) สัทธรรมคือสิ่งที่พึงเล่าเรียน ได้แก่ พระพุทธพจน์ (๒) สัทธรรมคือสิ่งที่พึงปฏิบัติ ได้แก่ ไตรสิกขา (๓) สัทธรรมคือผลที่พึงบรรลุ ได้แก่ มรรคผล นิพพาน ตลอดถึงการฟังธรรมเป็นที่สบาย เหมาะสมกับตน เช่น อุปติสสะได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิว่า “ธรรมเหล่าใดเกิดจากเหตุ พระตถาคตได้ตรัสถึงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และเหตุแห่งความดับของธรรมเหล่านั้นด้วย พระมหาสมณะมักตรัสอย่างนี้” แล้วท่านก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน

ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล คิดให้แยบคาย (โยนิโสมนสิการ)ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล 
หมายความว่า การใช้ความคิดหาเหตุผลอย่างถูกวิธี รู้จักคิด คิดเป็น หรือคิดอย่างมีระเบียบ หมายถึง การรู้จักมอง รู้จักพิจารณาสิ่งทั้งหลาย โดยมองตามสิ่งนั้นๆ มันเป็นของมัน มันเป็นเช่นนั้น พิจารณาใคร่ครวญ ไตร่ตรองในสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าไม่เที่ยง ในสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าเป็นทุกข์ ในสิ่งที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอนัตตา เมื่อบุคคลมนสิการโดยแยบคายอย่างสม่ำเสมอแล้วจะทำให้เป็นสัมมาทิฏฐิกบุคคล ดังพุทธพจน์ว่า “เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้นเหมือนโยนิโสมนสิการ เมื่อมนสิการโดยแยบคาย สัมมาทิฏฐิที่ไม่เกิดก็เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้น”

ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล ปฏิบัติให้ถูกหลัก (ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ)ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง สดาปัตติผล 
หมายถึง การปฏิบัติธรรมให้ถูกต้องตามหลักการ ตามความมุ่งหมาย คือ ปฏิบัติหลักย่อยคล้อยตามหลักใหญ่ หลักเบื้องต้นเป็นไปเพื่อหลักเบื้องปลาย เช่น ปฏิบัติศีลถูกหลัก เป็นไปเพื่อการบรรลุมรรคผล นิพพาน มิใช่ปฏิบัติโดยงมงาย ไร้หลักการ

     Share

<< ปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐานอารมณ์พระโสดาบัน >>

Posted on Mon 6 Jun 2011 22:17

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

               

Calendar
Archive
บทพิจารณาสังขาร
อภิณหะปัจจะเวกขะณะ
สังเวคปริกิตตนปาฐะ
อานาปานสติ(๓)
อานาปานสติ(๒)
อานาปานสติสูตร (๑)
สติปัฏฐานสูตร (๓)
สติปัฏฐานสูตร (๒)
สติปัฏฐานสูตร (๑)
โคตรภูญาณ
สมัยพุทธกาล คนที่ไม่ได้นั่งสมาธิแต่บรรลุธรรมได้ เพราะอะไร
การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ
อานาปานุสสติกรรมฐาน
เพียงวันละ 10 นาที ก็สามารถพ้นนรกเข้าถึงนิพพานได้
สีลัพพตปรามาส
ภาวนาหัดตาย
ตัดกังวล
พิจารณาตน
อารมณ์พระโสดาบัน
ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล
ปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐาน
วิปัสสนาญาณ
การอุทิศบุญที่ถูกต้องและได้ผล โดยหลวงพ่อฤาษีฯ วัดท่าซุง (พระราชพรหมยาน)
คำสอนของ สมเด็จพระพุทธกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
สุดยอดแห่งธรรมชุดที่ ๓-คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
สุดยอดแห่งธรรมชุดที่ ๒-คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
สุดยอดแห่งธรรมชุดที่ ๑-คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
คำสอนสมเด็จองค์ปฐม (พระราชพรหมยาน)
คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
จะไปดู นรก สวรรค์ พรหม นิพพานได้อย่างไร?
พระยามาราธิราชกับพระอุปคุต
การละสักกายทิฐิ
หนุ่มมอเตอร์ไซด์
เรารักแบงค์
เรื่องเรื่อยๆ
นานๆมาที
มันก็เป็นเรื่องธรรมดานะ
อะไรของมัน
เอากันเข้าไป
Favourite
Sponsors






The best template from http://www.oblog.cn